Medicine 3.0 · Healthspan

CTM Medicine 3.0

การแพทย์เชิงรุก เพื่อชีวิตที่แข็งแรง ยืนยาว และมีคุณภาพ

รู้ความเสี่ยงก่อนเกิดโรค ตรวจพบความผิดปกติให้เร็ว และออกแบบการดูแลที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

CTM Medicine 3.0 คือระบบดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ผสาน Medicine 3.0, Contemporary Thai Medicine, Digital Health และ AI Doctor เข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนจากการรอรักษาเมื่อเกิดโรค ไปสู่การป้องกันล่วงหน้า การค้นหาความเสี่ยง การตรวจพบโรคระยะเริ่มต้น และการติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

Personal Risk Map
6 ความเสี่ยงสำคัญ
  • Cardio-Metabolic Health
  • Type 2 Diabetes
  • Cancer Prevention and Early Detection
  • Brain Health and Alzheimer’s Risk
  • Sarcopenia and Functional Health
  • Kidney Health
Healthspan

จากการรักษาโรค สู่การดูแลสุขภาพตลอดชีวิต

ระบบการแพทย์ทั่วไปมักเริ่มต้นเมื่อผู้ป่วยมีอาการหรือเกิดโรคแล้ว แต่โรคเรื้อรังสำคัญหลายชนิดเริ่มก่อตัวก่อนมีอาการเป็นเวลาหลายปี

CTM Medicine 3.0 จึงเริ่มต้นด้วยคำถามที่มากกว่า

วันนี้คุณเป็นโรคอะไร?

และมองต่อไปว่า

คุณมีความเสี่ยงต่อโรคอะไรในอนาคต ความเสี่ยงนั้นมาจากอะไร และเราจะลดความเสี่ยงได้ตั้งแต่วันนี้อย่างไร?

เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการเพิ่มอายุขัย แต่คือการเพิ่ม Healthspan — ช่วงชีวิตที่ยังแข็งแรง เคลื่อนไหวได้ คิดได้ และใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า

What It Is

CTM Medicine 3.0 คืออะไร

CTM Medicine 3.0 เป็นระบบสุขภาพที่ประกอบด้วย 4 แกนสำคัญ

Medicine 3.0

การแพทย์ที่มุ่งเน้นการป้องกัน ตรวจพบเร็ว และจัดการความเสี่ยงในระยะยาว โดยพิจารณาทั้งข้อมูลทางคลินิก พฤติกรรม สมรรถภาพร่างกาย และเป้าหมายชีวิตของแต่ละคน

Contemporary Thai Medicine

การแพทย์ไทยร่วมสมัยที่นำองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย อาหาร สมุนไพร นวดไทย ประคบ และการดูแลวิถีชีวิต มาผสานกับการแพทย์สมัยใหม่อย่างเป็นระบบ มีการตรวจสอบข้อห้าม ปฏิกิริยาระหว่างยาและสมุนไพร และติดตามผลลัพธ์ที่วัดได้

Digital Health

เชื่อมโยงข้อมูลจากประวัติสุขภาพ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ภาพวินิจฉัย ยา สมุนไพร แบบประเมินสุขภาพ และอุปกรณ์สวมใส่ เพื่อสร้างภาพสุขภาพที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ข้อมูลที่แยกออกจากกันเป็นครั้ง ๆ

AI Doctor

AI ทำหน้าที่เป็น Clinical Co-pilot และ Personal Health Navigator ช่วยสรุปข้อมูล วิเคราะห์แนวโน้ม ตรวจหาความผิดปกติ และเสนอข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยมีแพทย์และบุคลากรวิชาชีพเป็นผู้ตรวจสอบและอนุมัติแผนการดูแล

Six Key Risks

ดูแล 6 ความเสี่ยงสำคัญของสุขภาพระยะยาว

01

Cardio-Metabolic Health

ประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง ไขมันผิดปกติ โรคอ้วนลงพุง ไขมันพอกตับ และความผิดปกติของระบบเผาผลาญ

เราพิจารณามากกว่าค่าตรวจเพียงครั้งเดียว โดยติดตามแนวโน้มของ

  • ความดันโลหิต
  • น้ำหนักและรอบเอว
  • น้ำตาลและไขมันในเลือด
  • สมรรถภาพหัวใจและปอด
  • การนอน ความเครียด และกิจกรรมทางกาย
  • ประวัติครอบครัวและพฤติกรรมเสี่ยง

เป้าหมายคือการลดความเสี่ยงก่อนเกิดหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือความเสียหายต่ออวัยวะสำคัญ

02

Type 2 Diabetes

ประเมินตั้งแต่ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ระยะก่อนเบาหวาน ไปจนถึงเบาหวานและภาวะแทรกซ้อน

แผนดูแลอาจประกอบด้วย

  • โภชนาการเฉพาะบุคคล
  • การลดไขมันช่องท้องโดยรักษามวลกล้ามเนื้อ
  • การออกกำลังกายแบบแอโรบิกและแรงต้าน
  • การปรับพฤติกรรมการนอนและเวลารับประทานอาหาร
  • การใช้ยาอย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์
  • การใช้สมุนไพรเฉพาะกรณีที่ผ่านการประเมินความปลอดภัย
  • การติดตามตา เท้า ไต หัวใจ และระบบประสาท

เป้าหมายไม่ใช่เพียงลด HbA1c แต่รวมถึงการลดภาวะแทรกซ้อน รักษากล้ามเนื้อ และเพิ่มคุณภาพชีวิต

03

Cancer Prevention and Early Detection

ประเมินความเสี่ยงมะเร็งตามอายุ เพศ ประวัติครอบครัว พฤติกรรม การติดเชื้อ สิ่งแวดล้อม และประวัติการรักษาเดิม

ระบบช่วยจัดทำ Personal Cancer Prevention Calendar เช่น

  • มะเร็งเต้านม
  • มะเร็งปากมดลูก
  • มะเร็งลำไส้ใหญ่
  • มะเร็งปอดในผู้เข้าเกณฑ์
  • มะเร็งตับในกลุ่มเสี่ยง
  • มะเร็งต่อมลูกหมากโดยการตัดสินใจร่วมกัน
  • การประเมินพันธุกรรมในครอบครัวที่มีความเสี่ยงสูง

เมื่อผลคัดกรองผิดปกติ ระบบจะติดตามต่อเนื่องจนถึงการตรวจยืนยันและการรักษา ไม่ปล่อยให้ผลผิดปกติขาดการติดตาม

สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง แพทย์แผนไทยสามารถร่วมดูแลด้านอาการ ความเหนื่อยล้า การนอน โภชนาการ การเคลื่อนไหว และคุณภาพชีวิต โดยไม่ทดแทนการรักษามะเร็งมาตรฐาน

04

Brain Health and Alzheimer’s Risk

ดูแลสมองตั้งแต่ก่อนเกิดความจำเสื่อม โดยประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพสมอง เช่น

  • ความดันโลหิต เบาหวาน และไขมัน
  • การนอนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • การได้ยินและการมองเห็น
  • ภาวะซึมเศร้าและความโดดเดี่ยวทางสังคม
  • การใช้ยาและสมุนไพรที่อาจกระทบการรับรู้
  • การเปลี่ยนแปลงของความจำและความสามารถในการใช้ชีวิต
  • การออกกำลังกายและ cognitive reserve

เป้าหมายคือการลดปัจจัยเสี่ยง รักษาสมรรถภาพสมอง และตรวจพบการเปลี่ยนแปลงที่ควรได้รับการประเมินตั้งแต่ระยะแรก

05

Sarcopenia and Functional Health

กล้ามเนื้อคือทุนสำรองสำคัญของการมีชีวิตยืนยาว การสูญเสียกำลังและมวลกล้ามเนื้อเพิ่มความเสี่ยงต่อการล้ม กระดูกหัก ภาวะพึ่งพิง และการเสียชีวิต

เราประเมินด้วยข้อมูล เช่น

  • Grip strength
  • Chair-stand test
  • Gait speed
  • Balance
  • การหกล้ม
  • มวลกล้ามเนื้อ
  • ภาวะโภชนาการ
  • ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน

แผนดูแลอาจประกอบด้วย resistance training, balance training, โภชนาการที่เหมาะสม กายภาพบำบัด ฤๅษีดัดตน นวดไทย และการประคบ โดยออกแบบให้สอดคล้องกับโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และโรคไตของแต่ละคน

06

Kidney Health

โรคไตเรื้อรังระยะแรกมักไม่มีอาการ การตรวจเพียงค่า creatinine อาจไม่เพียงพอ

ระบบประเมินร่วมกันจาก

  • eGFR
  • Urine albumin-to-creatinine ratio
  • ความดันโลหิต
  • เบาหวาน
  • ยาและสมุนไพร
  • ภาวะขาดน้ำหรือไตบาดเจ็บเฉียบพลัน
  • แนวโน้มการทำงานของไตตามเวลา

ผู้ที่มีโรคไตจะได้รับการทบทวนยา สมุนไพร อาหาร โปรตีน sodium และความเสี่ยงต่อไตอย่างเป็นระบบ โดยหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ไม่ทราบส่วนประกอบและสมุนไพรที่อาจมีพิษต่อไต

Two-Dimension Assessment

การประเมินสุขภาพสองมิติ

CTM Medicine 3.0 ใช้การประเมินสุขภาพ 2 มิติที่ทำงานร่วมกัน

Modern Medicine Phenotype

ประกอบด้วยการวินิจฉัยทางการแพทย์ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ภาพวินิจฉัย ความเสี่ยงของโรค การทำงานของอวัยวะ และสมรรถภาพร่างกาย

CTM Phenotype

ประเมินองค์ประกอบด้านธาตุและสมดุลสุขภาพ รูปแบบการย่อยและขับถ่าย การนอน อาการร้อน–เย็น ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว ความเครียด วิถีชีวิต อาหาร ยาและสมุนไพรที่ใช้อยู่

ข้อมูลทั้งสองส่วนจะถูกบันทึกแยกกันอย่างชัดเจน แต่ใช้ร่วมกันเพื่อสร้างแผนดูแลเดียวกัน

Contemporary Thai Medicine

แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์ช่วยอะไรได้บ้าง

แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์เข้าร่วมดูแลตั้งแต่การประเมิน การวางแผน และการติดตามผล โดยมีบทบาทสำคัญในด้าน

  • ประเมิน CTM phenotype
  • วิเคราะห์อาหาร กิจวัตร การนอน และการขับถ่าย
  • ดูแลอาการปวด ตึง และข้อจำกัดการเคลื่อนไหว
  • ออกแบบการนวดไทย ประคบ
  • สนับสนุนการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและสมรรถภาพ
  • ดูแลอาการร่วมในผู้ป่วยมะเร็ง
  • ตรวจสอบการใช้สมุนไพรและอาหารเสริม
  • ติดตามอาการและคุณภาพชีวิต
  • ส่งต่อทันทีเมื่อพบสัญญาณอันตราย

การใช้สมุนไพรรับประทานในผู้มีโรคมะเร็ง โรคไต ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือได้รับยาหลายชนิด ต้องผ่านการตรวจสอบร่วมกับแพทย์และเภสัชกร

Care Pathway

Patient Journey

ขั้นที่ 1

Know You

ลงทะเบียนผ่านแอป izara-ctm PHR ให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูล และเชื่อมข้อมูลสุขภาพเดิมเข้าสู่ Personal Health Record

ขั้นที่ 2

Understand Your Phenotype

ประเมินประวัติสุขภาพ พฤติกรรม ความเสี่ยง การทำงานของร่างกาย และ CTM phenotype เพื่อทำความเข้าใจสุขภาพของคุณแบบองค์รวม

ขั้นที่ 3

Screen What Matters

เลือกการตรวจตามอายุ เพศ ประวัติครอบครัว และความเสี่ยง ไม่ตรวจทุกอย่างเหมือนกันทุกคน

ขั้นที่ 4

Create Your Risk Map

สรุปความเสี่ยงด้าน Cardio-metabolic, Diabetes, Cancer, Brain, Sarcopenia และ Kidney พร้อมจัดลำดับความสำคัญ

ขั้นที่ 5

Build One Personal Care Plan

ทีมสหวิชาชีพร่วมกันออกแบบแผนที่ครอบคลุมอาหาร การออกกำลังกาย การนอน ยา การฟื้นฟู และ CTM intervention

ขั้นที่ 6

Follow and Improve

ติดตามผลในสัปดาห์ที่ 4 และ 12 จากนั้นปรับความถี่ตามระดับความเสี่ยง โดยดูทั้งผลตรวจ สมรรถภาพ อาการ คุณภาพชีวิต และความสามารถในการทำตามแผน

12-Week Plan

แผนดูแล 12 สัปดาห์

โปรแกรมเริ่มต้น 12 สัปดาห์ช่วยเปลี่ยนผลการประเมินให้เป็นการลงมือทำจริง

สัปดาห์ที่

0

  • Whole-person assessment
  • Modern และ CTM phenotype
  • ผลตรวจพื้นฐาน
  • Risk map
  • กำหนดเป้าหมายร่วมกับผู้รับบริการ

สัปดาห์ที่

1–2

  • รับฟังคำอธิบายผลตรวจ
  • จัดลำดับปัญหาสำคัญ
  • เริ่มแผนอาหาร การเคลื่อนไหว การนอน ยา และ CTM
  • ตรวจสอบ drug–herb interaction

สัปดาห์ที่

4

  • ประเมินอาการและความปลอดภัย
  • ตรวจ adherence และอุปสรรค
  • ทบทวน BP, glucose, น้ำหนัก และอาการสำคัญ
  • ปรับแผนให้ทำได้จริง

สัปดาห์ที่

12

  • ประเมินผลลัพธ์
  • เปรียบเทียบกับ baseline
  • ทบทวน risk map
  • เลือกดำเนินแผนเดิม เพิ่มความเข้มข้น ปรับเปลี่ยน หรือส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ
AI Doctor

AI Doctor ทำหน้าที่อย่างไร

AI Doctor ช่วยทีมดูแลสุขภาพในด้าน

  • สรุปข้อมูลสุขภาพที่กระจัดกระจาย
  • ตรวจหาข้อมูลสำคัญที่ยังขาด
  • วิเคราะห์แนวโน้มของผลตรวจ
  • แจ้งเตือนความเสี่ยงและผลผิดปกติ
  • ค้นข้อมูลจาก Clinical RAG ที่ผ่านการอนุมัติ
  • ตรวจสอบความขัดแย้งระหว่างยา สมุนไพร และแผนดูแล
  • จัดทำร่าง Personal Care Plan
  • ติดตามการทำตามแผนและผลลัพธ์

AI ไม่ทำหน้าที่วินิจฉัย สั่งยา เปิดใช้แผนเสี่ยงสูง หรือปิดการแจ้งเตือนวิกฤตโดยอิสระ การตัดสินใจทางคลินิกยังอยู่ภายใต้แพทย์และบุคลากรวิชาชีพ

Care Team

ทีมดูแลสุขภาพของคุณ

ระบบสามารถเชื่อมการดูแลจาก

  • แพทย์แผนปัจจุบัน
  • แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยประยุกต์
  • เภสัชกร
  • พยาบาลและผู้จัดการรายกรณี
  • นักกำหนดอาหาร
  • นักกายภาพบำบัดและทีมเวชศาสตร์ฟื้นฟู
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง หัวใจ ไต เบาหวาน และสมอง
  • AI Clinical Co-pilot

ทุกคนทำงานจากข้อมูลชุดเดียวกัน ภายใต้เป้าหมายการดูแลเดียวกัน

Programs

โปรแกรมที่ให้บริการ

Personal Health Risk Assessment

ประเมินสุขภาพและความเสี่ยงแบบองค์รวม พร้อม Personal Risk Map

Cardio-Metabolic Program

ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดัน ไขมันผิดปกติ โรคอ้วนลงพุง และไขมันพอกตับ

Diabetes Prevention and Remission Support

ดูแลผู้มีภาวะก่อนเบาหวาน เบาหวาน และผู้ที่เหมาะสมกับโปรแกรมลดโรคด้วยการปรับพฤติกรรมภายใต้การติดตามทางการแพทย์

Cancer Prevention and Early Detection

จัดแผนคัดกรองตามความเสี่ยงและติดตามผลผิดปกติแบบ closed-loop

Cancer Supportive Care and Survivorship

ดูแลอาการ โภชนาการ กล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว การนอน และคุณภาพชีวิตระหว่างและหลังการรักษามะเร็ง

Brain Health Program

ประเมินความเสี่ยงด้านความจำ การนอน อารมณ์ หลอดเลือดสมอง การได้ยิน และสมรรถภาพการใช้ชีวิต

Sarcopenia and Frailty Program

ฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อ การทรงตัว การเดิน และความสามารถในการใช้ชีวิตอย่างอิสระ

Kidney Protection Program

ค้นหาโรคไตระยะแรก ลดความเสี่ยงไตเสื่อม และทบทวนยา สมุนไพร และโภชนาการอย่างปลอดภัย

Outcomes

ผลลัพธ์ที่เราติดตาม

เราไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนการตรวจ แต่ติดตามการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย เช่น

  • ความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ความดันโลหิต
  • น้ำหนักและรอบเอว
  • HbA1c และระดับน้ำตาล
  • Lipid และ ApoB ตามข้อบ่งชี้
  • eGFR และ albuminuria
  • Grip strength และ gait speed
  • การทรงตัวและการหกล้ม
  • Screening completion
  • อาการ การนอน ความเหนื่อยล้า และคุณภาพชีวิต
  • ความสามารถในการดำรงชีวิตอย่างอิสระ
  • ผลไม่พึงประสงค์จากยา สมุนไพร และการรักษา
Who It’s For

เหมาะสำหรับใคร

  • ผู้ที่ยังไม่ป่วยแต่ต้องการรู้ความเสี่ยงในอนาคต
  • ผู้มีประวัติครอบครัวโรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง ไต หรือ Alzheimer’s
  • ผู้มีน้ำหนักเกิน อ้วนลงพุง ความดัน ไขมันหรือน้ำตาลเริ่มผิดปกติ
  • ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ
  • ผู้สูงอายุที่เริ่มมีกล้ามเนื้อลด เดินช้า หรือหกล้ม
  • ผู้ป่วยมะเร็งระหว่างการรักษาหรือหลังจบการรักษา
  • ผู้ใช้ยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมหลายชนิด
  • ผู้ที่ต้องการแผนสุขภาพเฉพาะบุคคลและการติดตามต่อเนื่อง

ไม่ใช่เพียงการตรวจสุขภาพปีละครั้ง

CTM Medicine 3.0 ไม่จบลงเมื่อได้รับรายงานผลตรวจ แต่เปลี่ยนข้อมูลสุขภาพให้เป็นแผนปฏิบัติที่ติดตามและปรับปรุงได้

Understand early. Act personally. Follow continuously.

รู้เร็ว วางแผนเฉพาะบุคคล และดูแลต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกปีที่มีชีวิตเป็นปีที่ยังแข็งแรงและมีคุณค่า

ข้อความด้านความปลอดภัย

บริการ CTM Medicine 3.0 เป็นการประเมินความเสี่ยง การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการดูแลร่วมโดยทีมวิชาชีพ ไม่ทดแทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาภาวะฉุกเฉิน

ผลการประเมินและคำแนะนำต้องพิจารณาร่วมกับประวัติสุขภาพ การตรวจร่างกาย และดุลยพินิจของผู้ประกอบวิชาชีพ การใช้ยา สมุนไพร อาหารเสริม การนวด ประคบ หรืออบสมุนไพรควรผ่านการตรวจสอบข้อบ่งใช้ ข้อห้าม และปฏิกิริยาระหว่างการรักษา

หากมีอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หมดสติ สับสนเฉียบพลัน เลือดออกผิดปกติ น้ำตาลต่ำรุนแรง หรืออาการฉุกเฉินอื่น ควรติดต่อบริการการแพทย์ฉุกเฉินทันที